หัวข้อ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ DizFocus แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ DizFocus แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

DizFocus:E.cuniculi





DizFocus
     : Encephalitozoon cuniculi infection, โรคคอเอียงจากโปรโตซัว




เขียนเรื่องนี้ทั้งทีก็เลยเขียนแบบสรุปแบบสั้นๆให้ด้วย

เชื้อสาเหตุ : Encephalitozoon cuniculi =เอ็นเซ็บฟาลิโตซูน คูนิคูไล ซึ่งเชื้อนี้อยู่ในกลุ่ม Microsporidia เป็นโปรโตซัวกึ่งรา

การติดต่อ : การกิน ((ทางหลัก) สูดดม จากสปอร์ที่ปนเปื้อนในธรรมชาติ และผ่านรกจากแม่ที่มีเชื้อ

อาการ : สามารถแสดงอาการได้ 3 ระบบ โดยจะแสดงอาการเพียงระบบเดียวหรือหลายระบบรวมกันได้ 1.ระบบประสาท ดังเช่น คอเอียง อัมพาต ขาแปร เป็นต้น 2.ทางตา โดยอาการที่มักพบคือ มีการอักเสบ แล้วมักเห็นสีเหลืองขุ่นข้นอยู่ในตากระต่าย 3. ไต เนื่องจากมีการทำลายเซลล์ไตอย่างมาก ทำให้มีอาการเหมือนเป็นโรคไต ดังเช่น ปัสสาวะมาก ดื่มน้ำมาก เป็นต้น แต่กระต่ายที่ติดเชื้อส่วนมากมักไม่แสดงอาการ

วิธีตรวจยืนยัน : ตรวจหาตัวเชื้อต้องใช้ตัวอย่างเป็นสมอง ตับ ไต: กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน, ตรวจทางจุลพยาธิวิทยาด้วยการย้อมสีพิเศษ และการตรวจหาสารพันธุกรรม ส่วนการตรวจหาการตอบสนองของร่างกายใช้เลือดเป็นตัวอย่าง: ELISA, CIA, Direct agglutination, IFA เนื่องจากวิธีการตรวจยุ่งยากส่วนมากจึงจะวินิจฉัยแยกจาก อุบัติเหตุ โรคทางระบบทางเดินหายใจ ไรหู แล้วถ้าไม่ใช่สาเหตุดังกล่าวจึงสงสัยเชื้อ E. cuniculi

ยา : เลือกยาที่จะให้เพียงข้อเดียวเท่านั้น
1.Albendazole ขนาด 20-30 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ให้วันละครั้ง ต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน จากนั้นลดขนาดยาเป็น 15 มิลลิกรัม ต่อกิโลกรัม ให้วันละครั้ง ต่อเนื่องอีก 1 เดือน โดยให้ทางการกิน
2.Fenbendazole ขนาด 20 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ให้วันละครั้ง ต่อเนื่องเป็นเวลา 1 เดือน โดยให้ทางการกิน
โดยส่วนมากมักให้ยาแก้อักเสบร่วมด้วย

การหายของโรค : คอที่เอียงจะค่อยๆกลับมาปกติ แต่น้อยรายมากที่จะรักษาหายได้

ข้อแนะนำ :
1. ถ้ามีคนในบ้านมีภูมิคุ้มกันบกพร่องดังเช่น เอดส์ ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน ใช้ยามะเร็ง เป็นต้น ให้รีบนำกระต่ายที่สงสัยออกจากบ้าน และติดต่อแพทย์ที่รักษาอยู่ เนื่องจากเชื้อสามารถติดคนกลุ่มดังกล่าวได้
2. เมื่อพบกระต่ายติดเชื้อให้รีบแยกออกจากฝูงทันที และล้างมือทำความสะอาด ตากแดด อุปกรณ์ เพื่อป้องกันแพร่ระบาดของเชื้อ
3. การป้องกันเชื้อไม่ให้เข้าสู่ฟาร์มคือ เมื่อนำกระต่ายใหม่เข้ามาให้กักโรคไว้ก่อนประมาณ 2 เดือนถ้าไม่มีอาการถึงนำเข้าฝูงได้ แต่วิธีการดังกล่าวก็ไม่ใช่วิธีการที่จะคัดกรองโรคได้ 100%
4. ในกรณีส่วนใหญ่ยาที่ใช้รักษาไม่สามารถทำลายเชื้อออกจากร่างกายได้ทั้งหมด ยาทำหน้าที่เพียงไม่ให้เชื้อเข้าสู่กระแสเลือดซึ่งทำให้อาการกระต่ายแย่ลง และทำให้กระต่ายไม่สามารถแพร่เชื้อต่อไปได้
5. กระต่ายที่ติดเชื้อส่วนมากมักไม่แสดงอาการ


_______________________________________________________________________________________________________

ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้รวบรวมมาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออย่างไรก็ตามทีมงานไม่สามารถที่รับรองความถูกต้องของข้อมูลเหล่านี้ได้ บทความในเอกสารนี้จัดทำขึ้นโดยอ้างอิงจากหลักวิชาการ และมิได้เป็นการชี้นำ การตัดสินใจใดๆของผู้อ่าน ไม่ว่าเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นวิจารณญาณของผู้อ่าน โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือพันธะผูกพันใดกับทีมงานไม่ว่ากรณีใด



วันอาทิตย์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2555

DizFocus:Syphilis




DizFocus: 

ซิฟิลิสกระต่าย, โรคเพศกระต่าย, Vent disease, Rabbit syphilis





พอดีผมออกไปเก็บข้อมูลกระต่ายมาช่วงนึง แล้วสอบถามฟาร์มว่ามีปัญหาอะไรบ้าง ก็พูดถึงซิฟิลิสกระต่ายเนี่ยแหล่ะครับ ก็เลยอยากเขียนทิ้งไว้

เชื้อสาเหตุ : Treponema cuniculi (Spirocheate) = ทรีโพนีม่า คูนิคูไล

การติดต่อ : การผสมพันธุ์, จากแม่สู่ลูก (ลูกติดตอนผ่านช่องคลอด หรือตอนดูดนม)

รอยโรค : สะเก็ดแผล สีแดงมากขึ้น บวม มีตุ่มน้ำขนาด 1-2 มิลลิเมตร และเจ็บไม่ยอมผสม ที่รอยต่อของเยื่อเมือกกับผิวหนัง มักพบบ่อยตรงอวัยวะเพศ รวมทั้งสามารถลามไปถึง ริมฝีปาก จมูก หนังตา ซึ่งพบในกระต่ายก่อนอย่านมมากกว่ากระต่ายโต

ระยะฟักตัว : นาน (10-16 สัปดาห์), บางทีไม่แสดงอาการ

วิธีตรวจยืนยัน : รอยโรคที่พบเห็น, ย้อมสีพิเศษด้วย Silver stain

ยา : Benzathine penicillin (ออกฤทธิ์นาน) = เบนซาทีน เพนนิซิลิน

ขนาดยา : 20-25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หรือ 40,000 IU (procain penicillin ห้ามให้แม่กระต่ายเลี้ยงลูก เนื่องจากทำให้ลูกตาย)

วิธีให้ : ฉีดเข้ากล้าม 3 ครั้งห่างครั้งละ 1 สัปดาห์ (ห้ามให้ทางการกิน) (ถ้ากระต่ายท้องเสีย หรือ ลดการกินอาหารให้หยุดยาทันที)

การหายของโรค : รอยโรคเริ่มลดลงหลังจากให้ยาครั้งแรกประมาณ 5 วัน และหายหมดประมาณ 2 สัปดาห์

ข้อแนะนำ :
1. เมื่อพบกระต่ายมีรอยโรคห้ามผสมพันธุ์เนื่องจากโรคติดต่อจากการผสมพันธุ์ และแยกกระต่ายดังกล่าวออกจากฝูง รวมทั้งรักษากระต่ายตัวอื่นที่สัมผัส และแยกเหมือนกับกระต่ายป่วย
2. ถ้ารอยโรคไม่หายภายในเวลา 3 สัปดาห์ให้ติดต่อสัตวแพทย์เพื่อหาทางแก้ไขปัญหาต่อไป
3. เชื้อดังกล่าวไม่ติดคน
4. กระต่ายที่รักษาหายสามารถใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ต่อได้ แต่ต้องไม่มีสะเก็ดแผล หรือรอยโรคที่อวัยวะเพศ
5. ระวัง! กระต่ายที่มีเชื้อแต่ไม่แสดงอาการ โดยสามารถสังเกตจากอัตราการผสมติดที่ต่ำลง หรือ รอยโรค
6. ระวัง! การติดต่อจากการจับกระต่ายมีเชื้อไปสู่กระต่ายตัวอื่น ให้ล้างมือให้สะอาดก่อนถึงทำงานต่อไปได้

การป้องกัน : พ่อแม่พันธุ์ที่นำเข้ามาใหม่ให้แยกเลี้ยงประมาณ 3 เดือนถ้าไม่มีรอยโรคถึงนำมาผสมได้ หรือ เลือกพ่อแม่จากฟาร์มที่ปลอดโรคดังกล่าว
รูปที่ 1 แสดงตุ่ม และสะเก็ดที่อวัยวะเพศเมีย                                               รูปที่ 2 แสดงสะเก็ดที่ขึ้นที่จมูกกระต่าย  

_________________________________________________________________________________
ข้อมูลในเอกสารฉบับนี้รวบรวมมาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถืออย่างไรก็ตามทีมงานไม่สามารถที่รับรองความถูกต้องของข้อมูลเหล่านี้ได้ บทความในเอกสารนี้จัดทำขึ้นโดยอ้างอิงจากหลักวิชาการ และมิได้เป็นการชี้นำ การตัดสินใจใดๆของผู้อ่าน ไม่ว่าเกิดจากการอ่านบทความในเอกสารนี้หรือไม่ก็ตาม ล้วนเป็นวิจารณญาณของผู้อ่าน โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือพันธะผูกพันใดกับทีมงานไม่ว่ากรณีใด